หมดยุคแข่งถูกที่สุด? รัฐบาลเตรียมแก้ พ.ร.บ.จัดซื้อจัดจ้างฯ ดันเกณฑ์ “คุณภาพและความคุ้มค่า”
รัฐบาลเตรียมผลักดันแก้ พ.ร.บ.จัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ เลิกยึด “ราคาต่ำสุด” เป็นเกณฑ์หลัก มุ่งคุณภาพ-คุ้มค่า-โปร่งใส
กรุงเทพฯ — รัฐบาลเตรียมเดินหน้าผลักดันการแก้ไขพระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560 เพื่อปรับระบบการจัดซื้อจัดจ้างของหน่วยงานรัฐให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยมีเป้าหมายสำคัญในการลดการพิจารณาที่มุ่งเน้น “ราคาต่ำสุด” เพียงอย่างเดียว และเพิ่มน้ำหนักให้กับคุณภาพ มาตรฐาน ความคุ้มค่า ประสิทธิภาพการดำเนินงาน และประโยชน์ที่ประชาชนจะได้รับในระยะยาว
แนวทางดังกล่าวถือเป็นการปรับทิศทางสำคัญของระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ จากเดิมที่หลายโครงการมักถูกวิจารณ์ว่าให้ความสำคัญกับราคาต่ำเป็นหลัก จนอาจนำไปสู่ปัญหางานด้อยคุณภาพ การส่งมอบล่าช้า การทิ้งงาน หรือการเลือกคู่สัญญาที่ไม่มีศักยภาพเพียงพอในการดำเนินโครงการให้แล้วเสร็จตามวัตถุประสงค์ของภาครัฐ การแก้ไขกฎหมายครั้งนี้จึงมุ่งให้การใช้จ่ายงบประมาณแผ่นดินเกิดความคุ้มค่าสูงสุด ไม่ใช่เพียงการประหยัดงบประมาณในระยะสั้นเท่านั้น
สาระสำคัญของการปรับปรุงกฎหมายคาดว่าจะเน้นการเปิดทางให้หน่วยงานรัฐสามารถพิจารณาข้อเสนอโดยใช้หลัก “ความคุ้มค่าโดยรวม” มากขึ้น เช่น คุณภาพของสินค้าและบริการ ประสบการณ์และศักยภาพของผู้เสนอราคา มาตรฐานทางเทคนิค ระยะเวลาการส่งมอบ การรับประกัน การบำรุงรักษา ผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม รวมถึงความสามารถในการบริหารโครงการให้สำเร็จตามเป้าหมาย ทั้งนี้ เพื่อให้การคัดเลือกคู่สัญญาของรัฐสอดคล้องกับลักษณะงานที่มีความซับซ้อนมากขึ้น โดยเฉพาะงานด้านโครงสร้างพื้นฐาน เทคโนโลยีดิจิทัล ระบบสารสนเทศ งานวิศวกรรม และบริการที่ต้องใช้ความเชี่ยวชาญเฉพาะทาง
นอกจากการปรับเกณฑ์การคัดเลือกแล้ว ร่างแก้ไขกฎหมายยังมีแนวโน้มเพิ่มมาตรการจัดการกับคู่สัญญาที่ก่อให้เกิดความเสียหายต่อรัฐหรือประชาชนให้เข้มข้นขึ้น เช่น การเพิ่มเหตุในการบอกเลิกสัญญา การพิจารณาขึ้นบัญชีผู้ทิ้งงาน หรือการกำหนดมาตรการต่อผู้รับจ้างที่ปฏิบัติงานบกพร่องอย่างร้ายแรง เพื่อให้ภาครัฐมีเครื่องมือทางกฎหมายที่เพียงพอในการป้องกันและแก้ไขปัญหาโครงการล่าช้า งานไม่มีคุณภาพ หรือความเสียหายต่อประโยชน์สาธารณะ
การผลักดันแก้ไข พ.ร.บ.จัดซื้อจัดจ้างฯ ครั้งนี้ยังสอดคล้องกับนโยบายด้านการปฏิรูประบบราชการและการพัฒนากฎหมายของรัฐบาล ที่ต้องการให้กฎหมายภาครัฐทันสมัย ลดข้อจำกัดที่เป็นอุปสรรคต่อการบริหารงาน และสนับสนุนให้หน่วยงานรัฐสามารถจัดหาพัสดุหรือบริการที่เหมาะสมกับภารกิจได้จริง โดยเฉพาะในยุคที่ภาครัฐต้องลงทุนในโครงการที่เกี่ยวข้องกับนวัตกรรม เทคโนโลยี สิ่งแวดล้อม และการยกระดับบริการประชาชน
ทั้งนี้ ผู้เชี่ยวชาญด้านการจัดซื้อจัดจ้างเห็นว่า การเลิกยึดราคาต่ำสุดเป็นเกณฑ์หลักจะช่วยให้การแข่งขันในตลาดภาครัฐมีคุณภาพมากขึ้น ผู้ประกอบการที่มีความพร้อมจริงจะสามารถแข่งขันด้วยมาตรฐาน ผลงาน และความเชี่ยวชาญ ไม่ใช่แข่งขันด้วยการกดราคาจนต่ำเกินความเป็นจริง ซึ่งอาจส่งผลให้เกิดปัญหาระหว่างการดำเนินงานภายหลัง อย่างไรก็ตาม การปรับเกณฑ์ดังกล่าวจำเป็นต้องมีกลไกกำกับดูแลที่โปร่งใส ตรวจสอบได้ และมีหลักเกณฑ์การให้คะแนนที่ชัดเจน เพื่อป้องกันการใช้ดุลพินิจเกินความจำเป็น
หากร่างแก้ไขกฎหมายดังกล่าวเข้าสู่กระบวนการพิจารณาและมีผลบังคับใช้ คาดว่าจะเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐไทย โดยเปลี่ยนจากแนวคิด “ซื้อถูกที่สุด” ไปสู่แนวคิด “ซื้อให้คุ้มที่สุด” ซึ่งจะช่วยยกระดับคุณภาพโครงการภาครัฐ ลดปัญหาการทิ้งงาน เพิ่มประสิทธิภาพการใช้เงินงบประมาณ และสร้างความเชื่อมั่นต่อระบบการบริหารพัสดุภาครัฐในระยะยาว