กรมบัญชีกลางดัน e-GP ดิจิทัลครบวงจร พลิกโฉมจัดซื้อรัฐไทยสู่สากล
จากการกล่าวปาฐกถาพิเศษและการให้ข้อมูลต่อสื่อมวลชนในงาน International Public Procurement Conference 2026 (IPPC 2026) ณ โรงแรมมิลเลนเนียม ฮิลตัน กรุงเทพฯ โดยมีผู้บริหารระดับสูงของกระทรวงการคลังและกรมบัญชีกลางร่วมแสดงวิสัยทัศน์ด้านการยกระดับระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ
กรุงเทพฯ — กรมบัญชีกลางเดินหน้าพัฒนาระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ หรือ e-GP ให้ก้าวสู่ระบบดิจิทัลแบบครบวงจร ตั้งเป้ายกระดับมาตรฐานการจัดซื้อจัดจ้างของไทยให้เทียบเคียงสากลภายใน 5 ปี พร้อมผลักดันแนวคิด Digital Procurement, Green Procurement และ Innovation Procurement เป็น 3 เสาหลักสำคัญในการเพิ่มประสิทธิภาพการใช้งบประมาณแผ่นดิน
ความเคลื่อนไหวดังกล่าวเกิดขึ้นท่ามกลางการเปลี่ยนผ่านของระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐทั่วโลก ที่ไม่ได้มองการจัดซื้อจัดจ้างเป็นเพียงกระบวนการใช้จ่ายงบประมาณหรือการเลือกผู้เสนอราคาต่ำสุดอีกต่อไป แต่กำลังยกระดับเป็นเครื่องมือเชิงยุทธศาสตร์ในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ สร้างงาน สนับสนุนผู้ประกอบการ และส่งเสริมการพัฒนาที่ยั่งยืน
ภายใต้แนวทาง Digital Procurement กรมบัญชีกลางมุ่งพัฒนาระบบ e-GP ให้เป็นศูนย์กลางข้อมูลจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐที่เชื่อมโยงครบวงจร ตั้งแต่การประกาศโครงการ การยื่นข้อเสนอ การพิจารณาผล การทำสัญญา ไปจนถึงการติดตามผลการดำเนินงาน เพื่อเพิ่มความโปร่งใส ตรวจสอบได้ ลดขั้นตอนที่ซ้ำซ้อน และใช้ข้อมูลเชิงวิเคราะห์ในการบริหารงบประมาณอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น
ขณะเดียวกัน แนวทาง Green Procurement จะช่วยผลักดันให้หน่วยงานรัฐคำนึงถึงผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมและต้นทุนระยะยาวของประเทศ ไม่ใช่พิจารณาเฉพาะราคาซื้อขายในระยะสั้น ส่วน Innovation Procurement จะเปิดพื้นที่ให้สินค้า บริการ เทคโนโลยี และนวัตกรรมใหม่ ๆ เข้าสู่ตลาดภาครัฐมากขึ้น โดยเน้นผลลัพธ์และมูลค่าที่ประชาชนจะได้รับ มากกว่าการแข่งขันด้วยราคาต่ำสุดเพียงอย่างเดียว
นอกจากนี้ กรมบัญชีกลางยังให้ความสำคัญกับการสนับสนุนผู้ประกอบการ SMEs และสินค้า Made in Thailand เพื่อให้ผู้ประกอบการไทยเข้าถึงตลาดภาครัฐได้มากขึ้น โดยมีแนวทางเชื่อมโยงระบบ e-GP กับแพลตฟอร์มทางการเงิน เช่น PromptBiz เพื่อเพิ่มโอกาสด้านเงินทุนและลดข้อจำกัดของผู้ประกอบการรายเล็กในการเข้าร่วมงานภาครัฐ
ในมิติความโปร่งใส กรมบัญชีกลางยังเดินหน้ายกระดับกลไกตรวจสอบผ่านโครงการความโปร่งใสในการก่อสร้างภาครัฐ หรือ CoST และโครงการข้อตกลงคุณธรรม หรือ Integrity Pact เพื่อสร้างความเชื่อมั่นต่อการใช้จ่ายงบประมาณ ลดความเสี่ยงการทุจริต และทำให้ประชาชนสามารถตรวจสอบการดำเนินงานของรัฐได้ชัดเจนยิ่งขึ้น
การพัฒนาระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐสู่ดิจิทัลเต็มรูปแบบจึงถือเป็นอีกก้าวสำคัญของการปฏิรูประบบราชการไทย จากเดิมที่เน้นกระบวนการเอกสารและการพิจารณาราคา ไปสู่ระบบจัดซื้อจัดจ้างยุคใหม่ที่ใช้ข้อมูล เทคโนโลยี ความโปร่งใส คุณภาพ และความคุ้มค่าเป็นฐานสำคัญ ซึ่งหากดำเนินการได้ตามเป้าหมาย จะช่วยลดต้นทุนภาครัฐ เพิ่มประสิทธิภาพงบประมาณ และยกระดับคุณภาพโครงการภาครัฐให้ตอบโจทย์ประชาชนมากขึ้น