เปิดแสดงความเห็นแก้ พ.ร.บ.จัดซื้อฯ รอบใหม่!!
กรมบัญชีกลางเปิดรับฟังความคิดเห็นจากทุกภาคส่วนต่อหลักการแก้ไขพระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560 เพื่อปรับปรุงกฎหมายจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐให้สอดคล้องกับสภาพการทำงานจริงในปัจจุบันมากขึ้น หลังพบว่าระบบจัดซื้อจัดจ้างที่ผ่านมาเผชิญปัญหาสำคัญหลายด้าน ทั้งการแข่งขันที่เน้นราคาต่ำสุด ปัญหาคู่สัญญาปฏิบัติงานไม่ได้ตามสัญญา การทิ้งงาน และข้อจำกัดของมาตรการทางกฎหมายในการจัดการผู้รับจ้างที่ก่อให้เกิดความเสียหายต่อรัฐและประชาชน
การเปิดรับฟังความคิดเห็นครั้งนี้ถือเป็นความเคลื่อนไหวสำคัญของระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐไทย เพราะ พ.ร.บ.จัดซื้อจัดจ้างฯ พ.ศ. 2560 เป็นกฎหมายหลักที่ใช้กำกับการจัดซื้อจัดจ้างของหน่วยงานรัฐทั่วประเทศ ตั้งแต่ระดับส่วนกลาง ส่วนภูมิภาค รัฐวิสาหกิจ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ไปจนถึงหน่วยงานของรัฐรูปแบบอื่น การแก้ไขกฎหมายจึงอาจส่งผลต่อทั้งเจ้าหน้าที่พัสดุ ผู้บริหารหน่วยงาน ผู้ประกอบการ และประชาชนในฐานะเจ้าของเงินภาษี
สาระสำคัญของหลักการแก้ไขที่ถูกหยิบยกขึ้นมารับฟังความคิดเห็น คือ การปรับแนวทางการพิจารณาคัดเลือกคู่สัญญาให้หน่วยงานของรัฐคำนึงถึงประโยชน์ของหน่วยงาน วัตถุประสงค์ของการใช้งาน และความสามารถในการปฏิบัติตามสัญญาของผู้ยื่นข้อเสนอ มากกว่าการพิจารณาจากข้อเสนอด้านราคาเป็นหลักเพียงอย่างเดียว
ประเด็นนี้นับว่าน่าจับตามองอย่างยิ่ง เพราะที่ผ่านมาโครงการภาครัฐจำนวนไม่น้อยถูกตั้งคำถามว่า การแข่งขันที่กดราคาต่ำมากเกินไปอาจนำไปสู่ปัญหางานไม่มีคุณภาพ ส่งมอบล่าช้า หรือปฏิบัติงานไม่ได้จริงตามสัญญา เมื่อผู้รับจ้างเสนอราคาต่ำเพื่อให้ชนะการแข่งขัน แต่ภายหลังไม่สามารถบริหารต้นทุนและส่งมอบงานตามเงื่อนไขได้ สุดท้ายรัฐและประชาชนอาจเป็นฝ่ายเสียประโยชน์
อีกประเด็นสำคัญ คือ การเพิ่มเหตุบอกเลิกสัญญาให้ครอบคลุมกรณีที่การปฏิบัติตามสัญญาของคู่สัญญามีข้อบกพร่องหรือผิดพลาดอย่างร้ายแรง หรือก่อให้เกิดความเสียหายร้ายแรงต่อหน่วยงานรัฐ ชีวิต ร่างกาย ทรัพย์สินของประชาชน หรือสิ่งแวดล้อม ซึ่งเป็นการเพิ่มเครื่องมือให้หน่วยงานรัฐสามารถจัดการปัญหาคู่สัญญาที่ดำเนินงานไม่เป็นไปตามมาตรฐานได้ชัดเจนขึ้น
นอกจากนี้ หลักการแก้ไขยังมีประเด็นเรื่องการกำหนดลักษณะการทิ้งงานให้ครอบคลุมกรณีที่คู่สัญญา ที่ปรึกษา หรือผู้ให้บริการงานจ้างออกแบบหรือควบคุมงานก่อสร้าง ปฏิบัติงานบกพร่องหรือผิดพลาดอย่างร้ายแรง รวมถึงแนวทางให้หัวหน้าหน่วยงานของรัฐคู่สัญญามีอำนาจสั่งให้ผู้ยื่นข้อเสนอหรือคู่สัญญาเป็นผู้ทิ้งงาน แล้วแจ้งให้ปลัดกระทรวงการคลังทราบเพื่อดำเนินการแจ้งเวียนรายชื่อในระบบของกรมบัญชีกลาง
ในมุมของระบบราชการ ประเด็นนี้อาจช่วยลดความล่าช้าในการจัดการผู้รับจ้างที่มีปัญหา เพราะเดิมกระบวนการสั่งให้เป็นผู้ทิ้งงานอาจใช้เวลานาน ทำให้ผู้รับจ้างบางรายยังสามารถเข้าร่วมเสนอราคากับหน่วยงานอื่นได้ระหว่างที่การพิจารณายังไม่สิ้นสุด หากแก้ไขให้หน่วยงานคู่สัญญามีอำนาจโดยตรงมากขึ้น ก็อาจช่วยปิดช่องว่างในการป้องกันความเสียหายซ้ำซ้อนต่อหน่วยงานรัฐอื่น
อย่างไรก็ตาม การเพิ่มอำนาจให้หน่วยงานรัฐต้องมาพร้อมกลไกตรวจสอบที่รอบคอบ เพราะการสั่งให้ผู้ประกอบการเป็นผู้ทิ้งงานเป็นมาตรการที่มีผลกระทบสูงต่อสิทธิและโอกาสทางธุรกิจของเอกชน หากกระบวนการไม่ชัดเจน ไม่เปิดโอกาสให้ชี้แจง หรือใช้ดุลพินิจไม่เป็นธรรม อาจนำไปสู่ข้อพิพาทและกระทบต่อความเชื่อมั่นของผู้ประกอบการได้
อีกประเด็นที่ถูกเสนอในหลักการแก้ไข คือ การกำหนดให้ผู้มีสิทธิอุทธรณ์ต้องวางหลักประกันการอุทธรณ์เป็นพันธบัตรรัฐบาลไทยตามวงเงินที่รัฐมนตรีประกาศกำหนด เพื่อป้องกันการใช้อุทธรณ์เป็นช่องทางในการหน่วงเหนี่ยวกระบวนการจัดซื้อจัดจ้าง ประเด็นนี้มีทั้งมุมสนับสนุนและมุมที่ต้องพิจารณาอย่างรอบด้าน เพราะแม้จะช่วยลดการอุทธรณ์ที่ไม่มีเหตุผลเพียงพอ แต่ก็ต้องระวังไม่ให้กลายเป็นอุปสรรคต่อผู้ประกอบการรายเล็กหรือผู้ที่มีข้อโต้แย้งโดยสุจริต
การเปิดรับฟังความคิดเห็นครั้งนี้จึงไม่ใช่เพียงกระบวนการทางกฎหมายตามขั้นตอน แต่เป็นโอกาสสำคัญของทุกภาคส่วนในการสะท้อนปัญหาจริงของระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ ทั้งในมุมเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงาน ผู้ประกอบการที่เข้าร่วมแข่งขัน หน่วยงานตรวจสอบ นักวิชาการ ภาคประชาชน และผู้ใช้ประโยชน์จากโครงการของรัฐ
หากการแก้ไขกฎหมายครั้งนี้สามารถสร้างสมดุลระหว่างความคล่องตัว ความโปร่งใส การแข่งขันที่เป็นธรรม คุณภาพของงาน และการคุ้มครองประโยชน์ของรัฐได้จริง ระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐไทยอาจขยับจากแนวคิด “ซื้อให้ถูกที่สุด” ไปสู่ “ซื้อให้คุ้มที่สุดและสำเร็จจริง” ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อการใช้จ่ายงบประมาณแผ่นดินในระยะยาว
อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ต้องติดตามต่อจากนี้ คือ ความคิดเห็นจากผู้มีส่วนได้ส่วนเสียจะถูกนำไปปรับปรุงร่างกฎหมายมากน้อยเพียงใด และรายละเอียดสุดท้ายของร่างแก้ไขจะออกแบบกลไกการใช้อำนาจ การบอกเลิกสัญญา การขึ้นบัญชีผู้ทิ้งงาน และการอุทธรณ์ให้มีความเป็นธรรม ตรวจสอบได้ และไม่สร้างภาระเกินจำเป็นต่อผู้ประกอบการหรือไม่
การแก้ไข พ.ร.บ.จัดซื้อจัดจ้างฯ รอบนี้ จึงเป็นมากกว่าการปรับถ้อยคำในกฎหมาย แต่เป็นการทบทวน “กติกาใหญ่” ของการใช้เงินภาครัฐทั้งระบบ ซึ่งทุกภาคส่วนควรติดตามและร่วมแสดงความคิดเห็นอย่างใกล้ชิด
แหล่งที่มา:
- ประกาศประชาสัมพันธ์กรมบัญชีกลาง เรื่องการเชิญชวนทุกภาคส่วนร่วมแสดงความคิดเห็นในหลักการแก้ไข พ.ร.บ.การจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560
- ระบบกลางทางกฎหมาย เรื่องการเปิดรับฟังความคิดเห็นหลักการแก้ไข พ.ร.บ.การจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ
- สำนักข่าวอิศรา รายงานวันที่ 23 มิถุนายน 2569 เรื่องการเปิดรับฟัง พ.ร.บ.จัดซื้อจัดจ้างฉบับใหม่
- พระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560