ประกาศใหม่ ค.ป.ท. ยกระดับกันโกงจัดซื้อรัฐ
คณะกรรมการความร่วมมือป้องกันการทุจริต หรือ ค.ป.ท. ออกประกาศใหม่เกี่ยวกับวงเงินในการจัดซื้อจัดจ้างและมาตรฐานขั้นต่ำของนโยบายและแนวทางป้องกันการทุจริตในการจัดซื้อจัดจ้างที่ผู้ประกอบการต้องจัดให้มี ตามมาตรา 19 แห่งพระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560 เพื่อยกระดับมาตรการป้องกันความเสี่ยงทุจริตในโครงการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ โดยเฉพาะโครงการที่มีวงเงินสูงและมีผลกระทบต่อประโยชน์สาธารณะ
สาระสำคัญของประกาศดังกล่าว คือ การกำหนดให้ผู้ประกอบการที่ประสงค์จะเข้ายื่นข้อเสนอในโครงการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐตามวงเงินที่กำหนด ต้องจัดให้มีนโยบายและแนวทางป้องกันการทุจริตภายในองค์กรอย่างน้อยตามมาตรฐานขั้นต่ำที่ ค.ป.ท. กำหนด เพื่อให้การเข้าร่วมงานภาครัฐไม่ได้พิจารณาเพียงความพร้อมด้านราคา เทคนิค หรือประสบการณ์เท่านั้น แต่ยังรวมถึงความพร้อมด้านธรรมาภิบาลและระบบควบคุมภายในของผู้ประกอบการด้วย
มาตรการดังกล่าวถือเป็นอีกก้าวสำคัญของระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐไทย เพราะการป้องกันการทุจริตไม่ควรเริ่มต้นเฉพาะในฝั่งหน่วยงานของรัฐเท่านั้น แต่ต้องขยายไปถึงภาคเอกชนที่เข้าร่วมเป็นคู่สัญญากับรัฐด้วย หากผู้ประกอบการมีนโยบายต่อต้านการทุจริตที่ชัดเจน มีแนวทางควบคุมความเสี่ยง มีมาตรการป้องกันผลประโยชน์ทับซ้อน และมีช่องทางกำกับดูแลภายในองค์กร ก็จะช่วยลดโอกาสเกิดพฤติการณ์ไม่โปร่งใสในกระบวนการจัดซื้อจัดจ้างได้มากขึ้น
ประกาศฉบับนี้ยังสะท้อนแนวคิดใหม่ของการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐที่ไม่ได้มองเพียงขั้นตอนการประกวดราคา การเสนอราคา หรือการทำสัญญา แต่ให้ความสำคัญกับ “ระบบนิเวศความโปร่งใส” ทั้งกระบวนการ ตั้งแต่การเตรียมโครงการ การคัดเลือกผู้ประกอบการ การบริหารสัญญา ไปจนถึงการส่งมอบงานและตรวจรับพัสดุ
ในทางปฏิบัติ ผู้ประกอบการที่เกี่ยวข้องกับโครงการวงเงินสูงจึงควรเตรียมความพร้อมด้านเอกสารและระบบภายในให้มากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นนโยบายป้องกันการทุจริต นโยบายไม่ให้หรือรับสินบน มาตรการป้องกันผลประโยชน์ทับซ้อน ระบบรับเรื่องร้องเรียนหรือแจ้งเบาะแส การกำหนดผู้รับผิดชอบด้านกำกับดูแล และหลักฐานการสื่อสารนโยบายภายในองค์กร เพื่อให้สามารถแสดงความพร้อมได้เมื่อต้องเข้าร่วมกระบวนการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ
ขณะเดียวกัน หน่วยงานของรัฐเองก็ต้องให้ความสำคัญกับการตรวจสอบความครบถ้วนของมาตรฐานขั้นต่ำดังกล่าวอย่างรอบคอบ เพื่อไม่ให้ข้อกำหนดกลายเป็นเพียงเอกสารประกอบการยื่นข้อเสนอ แต่ต้องใช้เป็นเครื่องมือช่วยประเมินความเสี่ยงและสร้างความเชื่อมั่นว่าผู้ประกอบการที่เข้ามารับงานภาครัฐมีระบบกำกับดูแลภายในที่เหมาะสม
ประเด็นที่ต้องติดตามต่อไป คือ ผลของประกาศใหม่นี้จะช่วยยกระดับคุณภาพผู้ประกอบการในตลาดจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐได้มากน้อยเพียงใด โดยเฉพาะในโครงการขนาดใหญ่ที่มีความเสี่ยงสูง ทั้งงานก่อสร้าง งานระบบ งานเทคโนโลยี งานบริการสาธารณะ และโครงการที่เกี่ยวข้องกับโครงสร้างพื้นฐานของรัฐ
หากการบังคับใช้เป็นไปอย่างจริงจัง ประกาศดังกล่าวอาจช่วยเปลี่ยนการแข่งขันในงานภาครัฐจากการมุ่งชนะด้วยราคาเพียงอย่างเดียว ไปสู่การแข่งขันด้วยความพร้อมรอบด้าน ทั้งคุณภาพ ความสามารถในการส่งมอบงาน และธรรมาภิบาลขององค์กร ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อรัฐ ประชาชน และผู้ประกอบการที่ดำเนินธุรกิจอย่างโปร่งใส
อย่างไรก็ตาม การกำหนดมาตรฐานขั้นต่ำต้องดำเนินควบคู่กับการสื่อสารที่ชัดเจน เพื่อให้ผู้ประกอบการ โดยเฉพาะรายกลางและรายเล็ก เข้าใจว่าต้องจัดเตรียมเอกสารหรือระบบภายในอย่างไร และไม่ทำให้มาตรการด้านธรรมาภิบาลกลายเป็นภาระเอกสารเกินจำเป็นจนกระทบต่อการแข่งขันที่เป็นธรรม
ประกาศใหม่ของ ค.ป.ท. จึงไม่ใช่เพียงการเพิ่มเงื่อนไขในการเข้าร่วมงานภาครัฐ แต่เป็นสัญญาณสำคัญว่า ระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐกำลังยกระดับจากการตรวจสอบเฉพาะขั้นตอน ไปสู่การตรวจสอบ “ความพร้อมด้านความโปร่งใส” ของทั้งหน่วยงานรัฐและผู้ประกอบการ เพื่อให้การใช้เงินงบประมาณแผ่นดินมีความคุ้มค่า โปร่งใส ตรวจสอบได้ และลดความเสี่ยงการทุจริตตั้งแต่ต้นทาง
แหล่งที่มา:
- ประกาศคณะกรรมการความร่วมมือป้องกันการทุจริต เรื่อง วงเงินในการจัดซื้อจัดจ้างและมาตรฐานขั้นต่ำของนโยบายและแนวทางป้องกันการทุจริตในการจัดซื้อจัดจ้างที่ผู้ประกอบการต้องจัดให้มี ตามมาตรา 19 แห่งพระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560
- หนังสือฝ่ายเลขานุการคณะกรรมการความร่วมมือป้องกันการทุจริต กรมบัญชีกลาง ที่ กค 0419.2/ว291 ลงวันที่ 23 เมษายน 2569
- เว็บไซต์กรมบัญชีกลางและช่องทางเผยแพร่เอกสารของหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้อง
- พระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560 มาตรา 19